ทำแผนหนุ่มวัย 18 ฆ่าสาวโรงงานบ้านโป่ง ปมหึงหวง

No Comments news

 

หนุ่มวัย 18 ฆ่าสาวโรงงานหน้าตาดีบ้านโป่ง มอบตัวตำรวจ หลังทนกดดันไม่ไหว รับหึงหวง หลังรู้ผู้ตายยังไม่เลิกสามี ก่อนชักปืนปากกามาขู่ แล้วเกิดปืนลั่นใส่ เสียชีวิตคาห้องเช่า

จากกรณี น.ส.ณัฐวรีย์ อายุ 25 ปี ชาว จ.หนองบัวลำภู สาวโรงงานเซรามิกบ้านโป่ง ถูกคนร้ายฆาตกรรมคาห้องเช่าหมู่ 6 ต.เบิกไพร อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ผลตรวจพิสูจน์นิติเวช พบผู้ตายถูกยิงด้วยปืนปากกาเข้าใต้คาง กระสุนฝังเข้าโพรงจมูกจนเสียชีวิตแนวทางการสืบสวน เจ้าหน้าที่เชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นหนุ่มรุ่นน้องที่โรงงานเดียวกัน มาติดพันผู้ตายก่อนลงมือสังหาร สาเหตุคาดมาจากความหึงหวง เหตุเกิดเมื่อเวลา 17.45 น. วันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมาล่าสุด เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 11 มิ.ย.60 พ.ต.อ.ณรงค์เดชศ์ ศักดิ์สมบูรณ์ รอง ผบก.ภ.จ.ราชบุรี พร้อมชุดสืบสวนและสายตรวจตำบล ควบคุมตัว นายนพพล อายุ 18 ปีเศษ ชาว อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี หลังญาติพาเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บริเวณห้องเช่าที่เกิดเหตุ โดยมีชาวบ้านต่างมุงดูเหตุการณ์กันเป็นจำนวนมาก การทำแผนใช้เวลาไม่ถึง 30 นาทีพ.ต.ท.ศักดิ์ชัย อินทรปรีชา ผกก.สภ.บ้านโป่ง เปิดเผยว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การสารภาพว่า วันเกิดเหตุผู้ตายไม่ได้มาทำงาน ตนจึงขี่รถจักรยานยนต์มาหาที่ห้องเช่า ขณะพูดคุยกันภายในห้อง สามีของผู้ตายโทรเข้ามาหา จึงถามผู้ตายว่า ไหนบอกว่าเลิกกันแล้วก่อนมีปากเสียงกัน จึงใช้ปืนปากกาที่พกมาออกมาขู่ เกิดการยื้อแย่งจนปืนลั่นใส่ผู้ตายล้มฟุบบนที่นอน จึงหลบหนีไปกบดานที่ จ.กาญจนบุรี หลังถูกกดดันอย่างหนักจึงตัดสินใจเข้ามอบตัว ส่วนปืนปากกาอ้างว่าโยนทิ้งลงคลองที่ อ.ท่ามะกา ไปแล้วเบื้องต้น เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน

 

สภ.บ้านโป่ง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปเหตุการณ์ผ่านมาเกือบ 5 ปีแล้วที่เธอต้องนอนรักษาตัวกับอาการก้นเน่า หลังจากไปทำศัลกรรมฉีดฟิลเลอร์ที่ก้นในคลินิกแห่งหนึ่ง ซึ่งผลจากการศัลยกรรมครั้งนี้ทำให้เธอติดเชื้อในกระแสเลือดจนก้นเน่าเกิดเป็นเนื้อตายต้องอดทนนั่งดมกลิ่นเนื้อเน่าของตัวเองที่เหมือนกับกลิ่นศพมานานหลายปีจนต้องตัดเนื้อที่ก้นทิ้งเกือบทั้งหมดกลายเป็นโรคซึมเศร้าเกือบฆ่าตัวตาย ซ้ำร้ายเงินที่เก็บหอมรอมริบมาตลอดทั้งชีวิตต้องหมดไปกับค่ารักษาพยาบาลและยังเป็นหนี้โรงพยาบาลอีกกว่า 500,000 บาทซึ่งเธอได้เปิดใจกับรายการ “เรียงข่าวเล่าเรื่อง” ทางช่อง Sanook.com ออกอากาศในแอพลิเคชั่น VOOV ถึงเรื่องราวทั้งหมด พร้อมเผยสาเหตุทำไมที่เธอไมได้รับการดูแลเท่าที่ควรคุณพัทเล่าว่า “เมื่อประมาณ 5 ปีที่ผ่านมาได้ตัดสินใจไปทำศัลยกรรมที่ก้นเพราะอยากมีก้นที่งอนสวยงาม คุณหมอจึงแนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์เข้าที่ก้นเพราะใช้ของดีมีคุณภาพไม่มีผลข้างเคียงไม่มีปัญหาใดๆ แต่พอหลังจากที่ฉีดเข้าไปแล้วก็เกิดอาการแพ้เริ่มจากเป็นผื่นแดงก่อนจะกลายเป็นจุดดำๆ เกิดขึ้นที่ก้นทำให้เนื้อตาย โดยอาการจะเริ่มจากเป็นฝีคือช่วงแรกๆ ก้นบวมไม่สามารถนั่งได้จึงเข้าไปปรึกษาคุณหมอและคุณหมอให้เข้าไปหาที่คลินิกเพื่อจะฉีดยาแก้อักเสบให้และให้ยาแก้อักเสบมารับประทานที่บ้าน หลังจากนั้นอาการเริ่มดีขึ้น แต่พอผ่านไป 1 อาทิตย์ก็กลับมาเป็นอีกซึ่งอาการหนักกว่าเก่าความดันเหลือแค่ 30 คุณหมอก็ยังไม่ส่งโรงพยาบาลแต่ทำการผ่าตัดเองซึ่งหมอรับผิดชอบด้วยการรักษาเองจากในภาพจะเห็นว่าก้อนเนื้อที่เว้าเข้าไปคือฝีมือของหมอที่ผ่าตัดมากว่า 3 ปี จนแผลไม่สามารถเย็บปิดได้ เหมือนยิ่งทำก็ยิ่งแย่ลงต้องมานั่งบีบหนองออกจาก้นมากว่า 3 ปีกว่า ชีวิตได้รับความลำบากมากต้อง

 

ใส่แพมเพิร์สตลอด อาบน้ำก็ไม่ได้เวลาไปไหนมาไหนก็ต้องเสริมผ้าก็อตหนาๆเพราะหนองมันไหลออกมาตลอดเวลาและมีกลิ่นรบกวนคนอื่น ซึ่งกลิ่นมันเหม็นคล้ายซากเน่าหรือกลิ่นศพ จนทำให้คนรอบข้างไม่มีใครอยากเข้าใกล้เพื่อนก็หนีหายไปหมดเพราะคิดเราเป็นโรคร้าย ซึ่งเราก็ไม่สามารถบอกความจริงได้กลัวเพื่อนรังเกียจด้านการดูแลคลินิกได้ตกปากรับคำว่าจะดูแลอย่างดีไปตลอดชีวิตเพราะกลัวเราฟ้องเรื่องลูกก็จะดูแล ซึ่งหลักฐานเราเก็บไว้หมด และระยะที่ผ่านมากว่า 5 ปีแล้วทางคลินิกไม่ได้ดูแลเราอย่างที่รับปากไว้เลย มีแค่ค่ารักษาเพียงเล็กน้อย ส่วนค่าดำรงชีวิตค่าเสียโอกาสไม่ได้ดูแลเราเลยเราจึงไปรักษาที่โรงพยาบาลข้างนอกซึ่งตอนนั้นติดเชื้อในกระแสเลือดอยู่ในห้องไอซียู 4 วันไม่ได้สติ หมอโรงพยาบาลก็ไม่สามารถผ่าตัดได้เนื่องจากว่าความดันต่ำเกินไปและคุณหมอไม่ยอมให้เราหลับเพราะกลัวเราเสียชีวิตซึ่งรักษาที่โรงพยาบาลข้างนอกแผลก็เริ่มดีขึ้น แต่ก้นยังเป็นรอยเย็บและปัจจุบันนี้ยังไม่สามารถนั่งเหมือนคนปกติทั่วไปได้ เงินที่เก็บรักษมาตลอดชีวิตต้องหมดไปกับค่ารักษาพยาบาล ปัจจุบันก็ไม่สามารถทำงานได้และยังเป็นหนี้โรงพยาบาลอีกกว่า 500,000 บาท หลังจากรักษาที่โรงพยาบาลนี้กว่าครึ่งปี”สุดท้ายนี้อยากให้เคสของตัวเองเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนที่มีความคิดกำลังจะศัลยกรรมให้พิจารณาดีๆ””ส่วนเรื่องคดีก็ไม่มีความคืบหน้าเท่าไหร่ไปได้ร้องเรียนไปหลายสื่อแล้วแต่เรื่องก็เงียบ การสู้คดีกับคนที่มีเงินรู้สึกว่าลำบากมาก” คุณพัทกล่าวทิ้งท้าย ขอขอบคุณเว็ปSanook! News